ปรับแต่ง Registry ระดับเทพ


วิธี การปรับแต่ง Windows โดยคำสั้ง Registry และ Trip ต่างๆมากมาย ระดับเทพ <แต่โครตง่าย> แล้วคุณรักเครื่องคอมพิวเตอร์ไปอีกนาน

มันเป็นวิธีการ ปรับแต่ง Windows ของเราใช้ โครงสร้าง และรูปแบบตามที่เราต้องการ เช่น
โชว์ Background แบบเต็มๆด้วยการซ่อน Desktop
ซ่อนหน้า Background Setting
ซ่อนหน้า Appearance Setting
ซ่อนหน้า Display Setting
ซ่อนหน้า Screensaver Setting
ซ่อน Device Manager
ซ่อน Drive ไม่ให้คนอื่นเห็น
ซ่อนไอคอน Network Neighbourhood
กันไว้ไม่ให้ใครมาเพิ่ม Printer
กันไว้ไม่ให้ใครมาลบ Printer
ซ่อน My Pictures ตรง Start Menu
ลบลูกศรที่ Shortcut
แสดงไฟล์ Operating System ที่ซ่อนอยู่
สรุป Command Line
Shortcut เดียว เปิดหลายโปรแกรม
วิธีการทำให้สามารถคลิก Mouse ขวาได้ใน Web Site ที่มีการป้องกัน
วิธี Download เพลง หนังที่ปกติจะให้เปิดเล่นแบบ Online
วิธีการเพิ่มความเร็วให้กับ Start Menu
วิธีการสร้าง Control Panel ขึ้นมาเป็นของตัวเอง
วิธีการทำ Start Menu ให้มี List ในแนวนอน
ท่านใดที่กลับมาใช้ Office97 แล้วมีปัญหากับ Access
วิธีการลงทะเบียนชื่อ ใน IRC อย่างถาวร
การแก้ปัญหาลืม Password ใน WinRoute
ปรับขนาดซิสเต็มรีสโตร์
ปรับค่าคอนฟิคในการต่อเน็ตให้ดีที่สุด
ปรับค่าเดียลอัพให้ดีที่สุด
เพิ่มค่าเซสชั่นในการเชื่อมต่อให้มากขึ้น
ปรับแต่งรีจีสเตอร์ให้ใช้บล็อคไฟล์ที่มีขนาดดีที่สุด
เพิ่มแคชในการรีเฟรชหน้าจอ
เพิ่มประสิทธิภาพดิสก์แคชแบบแมพแคช
ลบค่าเก่าในคำสั่ง Find ทิ้ง
ลบค่าเก่าๆในคำสั่ง Run ทิ้ง
ลบค่าใน Address Bar เฉพาะค่าที่ต้องการไม่ลบทั้งหมด
เอา Task Scheduler ออก
เมื่อ Windows Update ไม่สำเร็จควรทำอย่าไร
เพิ่มความเร็วของ Register
ปรับแต่ง Cache สำหรับ Floppy Disk
เพิ่มประสิทธิภาพ Hard Disk
ให้วินโดวส์ปิดงานที่ไม่มีการตอบสนองโดยอัตโนมัติ
ให้วินโดวส์ใช้แรมให้หมดก่อนจึงค่อยใช้ Virtual Memory มา Swap File
วิธีเก็บไฟล์ Windows Update ไว้ในเครื่อง
เคลียร์การจำการใช้งานใน Document ใน Start Menu
เคลียร์ Bios ด้วยการ Debug
ตั้งเวลา Shutdown ใน Windows
Enable/Disable Registry Editor
การถอดรหัส Logon บนวินโดวส์
ลบรายชื่อโปรแกรมที่ตกค้างใน Add/Remove หลังจากลบโปรแกรมนั้นออกจากเครื่องแล้ว
เพิ่ม IE Auto Scan
เพิ่มรายการ Copy To และ Move To เมื่อคลิกขวาที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์
จัดหมวดหมู่ให้มันไปอยู่แถวเดียวกับ Send To
เพิ่มประสิทธิภาพการคลิกขวาให้ IE

******************************************************************

ลำดับแรกเลยให้เรา กดที่ปุ่ม start >>> Ren

พิมพ์คำว่า Regedit

แล้วก็เริ่ม ใช้คำสั่ง ต่างๆ ได้เลย

โชว์ Background แบบเต็มๆด้วยการซ่อน Desktop
เรียก Regedit ขึ้นมา  แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Ssoftware\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\Explorer]  คลิกขวา  เลือก New >> DWORD Value  แล้วตั้งชื่อว่า NoDesktop  ให้ Double Click ขึ้นมา  แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1  หากต้องการยกเลิก  ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก  หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

ซ่อนหน้า Background Setting
เรียก Regedit ขึ้นมา  แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\System]  คลิกขวา  เลือก New >> DWORD Value  แล้วตั้งชื่อว่า NoDispBackgroundPage  ให้ Double Click ขึ้นมา  แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1  หากต้องการยกเลิก  ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก  หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

ซ่อนหน้า Appearance Setting
เรียก Regedit ขึ้นมา  แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\System]  คลิกขวา  เลือก New >> DWORD Value  แล้วตั้งชื่อว่า NoDispAppearancePage  ให้ Double Click ขึ้นมา  แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1  หากต้องการยกเลิก  ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก  หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

ซ่อนหน้า Display Setting
เรียก Regedit ขึ้นมา  แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\System]  คลิกขวา  เลือก New >> DWORD Value  แล้วตั้งชื่อว่า NoDispSettingsPage ให้ Double Click ขึ้นมา  แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1  หากต้องการยกเลิก  ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก  หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

ซ่อนหน้า Screensaver Setting
เรียก Regedit ขึ้นมา  แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\System]  คลิกขวา  เลือก New >> DWORD Value  แล้วตั้งชื่อว่า NoDispScrSavPage  ให้ Double Click ขึ้นมา  แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1  หากต้องการยกเลิก  ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก  หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

ซ่อน Device Manager
เรียก Regedit ขึ้นมา  แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\System]  คลิกขวา  เลือก New >> DWORD Value  แล้วตั้งชื่อว่า NoDevMgrPage  ให้ Double Click ขึ้นมา  แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1  หากต้องการยกเลิก  ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก  หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

ซ่อน Drive ไม่ให้คนอื่นเห็น
เรียก Regedit ขึ้นมา  แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\Explorer]  คลิกขวา  เลือก New >> DWORD Value  แล้วตั้งชื่อว่า NoDrives  ให้ Double Click ขึ้นมา  เลือกใส่ค่าแบบ Decimal  แล้วใส่ค่า Value Data เป็นค่าตัวเลขตาม Drive ที่ต้องการให้ซ่อนดังนี้

หากต้องการซ่อนหลายไดรว์พร้อมกัน  ก็นำค่าของแต่ละไดรว์มาบวกกัน  เช่น ต้องการซ่อนไดรว์ A: D: และ F: ก็ใส่ค่าเท่ากับ 41 เป็นต้น  หากต้องการยกเลิก  ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก  และ Restart เครื่อง

ซ่อนไอคอน Network Neighbourhood
เรียก Regedit ขึ้นมา  แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\Explorer]  คลิกขวา  เลือก New >> DWORD Value  แล้วตั้งชื่อว่า NoNetHood  ให้ Double Click ขึ้นมา  แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1  หากต้องการยกเลิก  ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก  หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

กันไว้ไม่ให้ใครมาเพิ่ม Printer
เรียก Regedit ขึ้นมา  แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Ssoftware\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\Explorer]  คลิกขวา  เลือก New >> DWORD Value แล้วตั้งชื่อว่า NoAddPrinter  ให้ Double Click ขึ้นมา  แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1  หากต้องการยกเลิก  ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก  หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

กันไว้ไม่ให้ใครมาลบ Printer
เรียก Regedit ขึ้นมา  แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Ssoftware\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\Explorer]  คลิกขวา  เลือก New >> DWORD Value  แล้วตั้งชื่อว่า NoDeletePrinter  ให้ Double Click ขึ้นมา  แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1  หากต้องการยกเลิก  ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก  หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

ซ่อน My Pictures ตรง Start Menu
เรียก Regedit ขึ้นมา  แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Ssoftware\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Policies\Explorer]  คลิกขวา  เลือก New >> DWORD Value  แล้วตั้งชื่อว่า NoSMMyPictures  ให้ Double Click ขึ้นมา  แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1  หากต้องการยกเลิก  ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก  หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

ลบลูกศรที่ Shortcut
เรียก Regedit ขึ้นมา  แล้วไปที่ [HKEY_CLASSES_ROOT\lnkfile]  คลิก Name ที่ชื่อว่า IsShortcut  แล้วกดปุ่ม Delete เพื่อลบออกไป  หรือ Double Click แล้วใส่ค่าเป็น No

แสดงไฟล์ Operating System ที่ซ่อนอยู่
เรียก Regedit ขึ้นมา  แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Ssoftware\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Explorer\Advanced]  คลิกขวา  เลือก New >> DWORD Value  แล้วตั้งชื่อว่า ShowSuperHidden  ให้ Double Click ขึ้นมา  แล้วใส่ค่า Value Data เป็น 1  หากต้องการยกเลิก  ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก  หรือเปลี่ยนค่าเป็น 0 และ Restart เครื่อง

สรุป Command Line
คลิกขวาในพื้นที่ว่างๆบน Desktop ของคุณ  หรือพื้นที่บริเวณว่างๆตรง Background ของคุณนั่นเอง  และเลือกที่ New >> Shortcut  ในช่อง Command line:  ให้คุณเลือกข้อความจากด้านล่างนี้ไปใส่ตาม Shortcut ที่คุณต้องการจะสร้าง

C:\WINDOWS\RUNDLL32.EXE C:\WINDOWS\SYSTEM\USER.EXE,ExitWindows  (สำหรับการสั่ง Shutdown)
C:\WINDOWS\RUNDLL32.EXE C:\WINDOWS\SYSTEM\SHELL32.DLL,SHExitWindowsEx 2  (สำหรับการสั่ง Restart)
C:\WINDOWS\RUNDLL32.EXE C:\WINDOWS\SYSTEM\SHELL32.DLL,SHExitWindowsEx 0  (สำหรับการสั่ง Logoff)

สำหรับ Win Xp
คลิกขาวบน Desktop  เลือก New >> Shortcut  จากนั้นพิมพ์

shutdown.exe -s -t 00  (สำหรับการสั่ง Shutdown)
shutdown.exe -r -t 00  (สำหรับการสั่ง Restart)
shutdown.exe -l -t 00  (สำหรับการสั่ง Logoff)

Shortcut เดียว เปิดหลายโปรแกรม
ให้เปิด Notepad ขึ้นมาค้างเอาไว้ก่อน  ต่อจากนั้นไป Copy ส่วนของ Target ของ Shortcut แต่ละตัวเข้ามาไว้ใน Notepad นี้  โดยวิธีการเข้าไป Copy Target ก็คือ  ให้คลิกขวาที่ Shortcut ของโปรแกรมที่ต้องการจะให้มีการเปิด  แล้วเลือก Properties  และที่หัวข้อ Shortcut  ก็จะพบกับส่วนของ Target:  ให้ทำการ Copy ข้อความในส่วนนี้มาทั้งหมด

เมื่อ Copy ได้เรียบร้อยแล้ว  ให้กด Cancel ไป  จากนั้นกลับมาที่ Notepad  แล้วทำการวางข้อความ Target ที่ได้ Copy มาเอาไว้ใน Notepad

ข้อควรระวังในจุดนี้ก็คือ
1. เวลานำมาวางใน Notepad  ต้องเว้นบรรทัดในแต่ละ Target ด้วย  มิเช่นนั้นจะถือว่าผิด
2. ห้ามลบเครื่องหมายฟังหนู (“) ออก  ให้คุณใส่เอาไว้เช่นนั้น  มิเช่นนั้นจะถือว่าผิด

จากนั้นเมื่อเรียบร้อยแล้ว  ให้ Save ข้อมูลต่างๆใน Notepad ตัวนี้เป็น Batch File  ซึ่งวิธีการ Save เป็น Batch File ก็คือ  ให้ Save ไฟล์นี้ให้มีนามสกุลเป็น .bat นั่นเอง  โดยจะใช้ชื่อว่าอะไรก็ได้  สำหรับในตัวอย่างนี้  จะ Save เป็นไฟล์ชื่อว่า Test.bat  โดยที่ระหว่าง Save ให้กำหนด Save as type: เป็น All Files (*.*) ด้วย  มิเช่นนั้นชื่อไฟล์อาจจะมี .txt ต่อท้ายด้วย  ก็จะทำให้ผิด  และไฟล์ๆนี้สามารถ Save ไว้ที่ Directory ไหนภายในเครื่องก็ได้

วิธีการทำให้สามารถคลิก Mouse ขวาได้ใน Web Site ที่มีการป้องกัน
ซึ่งจะเป็นการปิด Active Scripting ไม่ให้ทำงานนั่นเอง  แต่การปิด Active Scripting ควรปิดชั่วคราว  ไม่ควรปิดไว้ตลอด  เพราะว่าพวก Script ต่างๆในแต่ละ Web Site นั้น  บาง Script ก็มีประโยชน์ช่วยอำนวยความสะดวกต่างๆ  แต่บาง Script ก็ไม่มีประโยชน์  มีแต่ความน่ารำคาญ  เพราะว่าถ้าปิดไม่ให้พวก Script ที่มีประโยชน์ทำงานนั้น  มันก็จะกลายเป็นเรื่องไม่ดีไป  บางทีอาจจะใช้งานสิ่งต่างๆใน Web Site ของเขาไม่ได้ไปเลยก็มี

วิธีการปิด Active Scripting ทำได้โดยคลิกไปที่เมนู Tools >> Internet Options  จากนั้นจะพบกับหน้าต่าง Internet Properties  ซึ่งที่หน้าต่างนี้  ให้คลิกเลือกไปที่หัวข้อ Security  และคลิกที่ Internet หนึ่งครั้ง  และกดปุ่ม Custom Level.  คราวนี้จะพบกับหน้าต่าง Security Settings  เลื่อนลงมาที่ส่วนของ Scripting >> Active scripting  และเลือกให้เป็น Disable  แล้วกด OK  และตอบ Yes ไปจนเสร็จ  จำเป็นที่จะต้องกด Refresh หน้าเว็บนั้นๆด้วย  และลองคลิก Mouse ขวาดู  ก็จะเห็นว่าคราวนี้สามารถคลิกได้แล้ว

วิธี Download เพลง, หนังที่ปกติจะให้เปิดเล่นแบบ Online
วิธีการโหลดเพลงที่ปกติจะให้เล่นแบบ Online ผ่าน Real Player มาเก็บไว้ที่เครื่องเลยนั้น  สามารถทำได้โดย  เริ่มต้นให้คลิกขวาตรง Link ใน Web ที่เอาไฟล์สำหรับเปิดเพลงนั้นๆ  เลือกไปที่ Save Target As…  และรอสักครู่  ต่อจากนั้นก็จะมีหน้าต่าง Save As ปรากฏขึ้นมา  ให้ทำการ Save  (ในขั้นตอนนี้จะได้ไฟล์ที่ 1 ชื่อ music8569.ram)  และเมื่อเรียบร้อยแล้ว  ให้ใช้ Notepad เปิดเจ้าไฟล์ๆนี้ขึ้นมาทันที  ซึ่งหากไม่มีอะไรผิดพลาด  ภายในไฟล์จะต้องเป็น URL ซึ่งอาจจะมีหลายๆ URL ก็เป็นไปได้  (หากภายในไฟล์ไม่มี URL  แสดงว่า Link ที่ทำการคลิกขวาในข้อ 1 นั้นยังไม่ได้เป็น Link สุดท้าย)  จะเห็นว่าไฟล์ที่ได้ทำการ Save Target As… มาเก็บไว้ที่เครื่องในตอนแรกนั้น  มันจะบรรจุ URL จริงๆของไฟล์เพลง  และคราวนี้เมื่อทราบ URL จริงๆของไฟล์เพลงนั้นแล้ว  ก็สามารถทำการ Download ได้  (จะใช้โปรแกรมช่วยดาวน์โหลดก็ได้)

วิธีการเพิ่มความเร็วให้กับ Start Menu
เรียก Regedit ขึ้นมา  แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Control Panel\Desktop]  ต่อจากนั้นคลิกขวาที่ Folder ชื่อ Desktop นี้แล้วเลือก New >> String Value  และให้เปลี่ยนชื่อเป็น MenuShowDelay เรียบร้อยแล้ว  คลิกขวาแล้วเลือก Modify ที่ช่อง Value Data ให้คุณใส่เลข 1 ลงไป  จากนั้นกด OK  เรียบร้อยแล้ว Restart เครื่องใหม่

วิธีการสร้าง Control Panel ขึ้นมาเป็นของตัวเอง
เปิดหน้าต่าง Control Panel ปกติขึ้นมาค้างไว้ก่อน  สร้าง Folder ขึ้นมาใหม่  โดยให้ไปที่ File >> New >> Folder  และให้คลิกที่ Folder ที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้ให้เปิดออกมา  พร้อมกับเอาเจ้าหน้าต่าง Control Panel จริงๆที่เปิดเอาไว้มาวางใกล้ๆ  จากนั้นให้ลากเครื่องมือที่ต้องการจากใน Control Panel จริงๆนั้นมาใส่และตอบ Yes ได้เลย  ซึ่งตรงนี้อยากได้เครื่องมืออะไรก็สามารถลากเข้ามาได้เลย  ซึ่งเครื่องมือต่างๆที่ได้ลากเข้ามานี้  จะมีข้อความนำหน้าชื่อว่า Shortcut to ซึ่งสามารถเปลี่ยนมันเป็นชื่ออะไรก็ได้

วิธีการทำ Start Menu ให้มี List ในแนวนอน
เรียก Regedit ขึ้นมา  แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Ssoftware\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Explorer\Advanced]  คลิกขวา  เลือก New >> String Value  แล้วตั้งชื่อว่า StartMenuScrollPrograms  ให้ Double Click ขึ้นมาแล้วใส่ค่า Value Data เป็น False  หากต้องการยกเลิก  ก็เข้าไปลบ KEY ที่ได้สร้างเอาไว้ออก

ท่านใดที่กลับมาใช้ Office97 แล้วมีปัญหากับ Access
สำหรับท่านใดที่เคยลง Office 2000  และรู้สึกคุ้นเคยหรืออะไรก็แล้วแต่  ทำให้ต้องการกลับมาติดตั้ง Office 97 แทน  ซึ่งการกระทำเช่นนี้  จะทำให้มีปัญหากับโปรแกรม Access 97 แน่นอน  (แต่โปรแกรมอื่นๆสามารถใช้ได้ปกติ)  คือจะมีข้อความว่า “Microsoft Access ไม่สามารถเริ่มต้นการทำงาน เนื่องจากไม่มีใบอนุญาต (License) สำหรับมันในเครื่องนี้”

วิธีแก้ไขให้ทำดังนี้  คือว่าให้ค้นหาไฟล์ที่ชื่อ hatten.ttf จากเครื่อง  ซึ่งปกติไฟล์นี้จะอยู่ที่ C:\WINDOWS\FONTS นั่นเอง  จากนั้นลบไฟล์นี้ทิ้ง  ต่อจากนั้นให้ทำการติดตั้งโปรแกรม Microsoft Office 97 ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง  และเพื่อความแน่นอน  ก็น่าจะ Restart เครื่องด้วย  คราวนี้ก็จะสามารถกลับมาใช้ Access 97 ได้อย่างไม่มีปัญหาแล้ว

วิธีการลงทะเบียนชื่อ ใน IRC อย่างถาวร
ขั้นแรกให้ใช้ Pirch Login  และทำการ Connect เข้ามาให้เรียบร้อยก่อน  วิธีในการลงทะเบียนคือ  ให้พิมพ์คำว่า /msg nickserv register <Password ที่เราจะใช้> E-Mail  แต่ตอนลงทะเบียน  คุณต้องใช้ชื่อที่เราต้องการลงทะเบียนก่อน  ถ้าเกิดว่ายังเป็น Guest????? อยู่  ก็ให้ทำการเปลี่ยนชื่อก่อน  โดยพิมพ์ว่า /nick และตามด้วยชื่อที่ต้องการ

จากในตัวอย่างนี้  ต้องการที่จะลงทะเบียนชื่อ TestRegister เอาไว้  โดยใช้ Password ว่า Test  และ  E-Mail คือ test@yahoo.com  ก็ต้องเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็น TestRegister ให้ได้ก่อน  แล้วพิมพ์คำว่า /msg nickserv register <test> test@yahoo.com และกด Enter ได้เลย  และเมื่อทุกอย่างไม่มีอะไรผิดพลาด  จะมีข้อความขึ้นมาว่า [NickServ] : The nickname TestRegister has now been registered to you.  นั่นก็หมายความว่า  ทำการจองชื่อ TestRegister เอาไว้ได้เรียบร้อยแล้ว

วิธีการต่อไปก็คือให้คุณทำการ Set Kill On โดยให้พิมพ์ว่า /msg nickserv set kill on  จากนั้นกดปุ่ม Enter  จะมีข้อความขึ้นมาว่า [NickServ] : Nickname Protection has been enabled for the nickname TestRegister  ซึ่งก็หมายถึงว่า  ชื่อของคุณนั้นถูกทำการ Protection เอาไว้เรียบร้อยแล้ว

วิธีในการยืนยันว่าชื่อเป็นของเรา  เมื่อคุณเข้า IRC มาใหม่  หลังจากที่คุณทำการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว  และทำการ Set Kill On แล้วด้วย  หากคุณหรือใครๆใช้ชื่อหรือ Nickname ว่า TestRegister เข้า IRC มาในครั้งต่อไป  จะมีข้อความขึ้นมาว่า

[NickServ] : This nickname is owned by someone else. Please choose another.
[NickServ] : If this is your nickname, please use /NickServ IDENTIFY <password>
[NickServ] : You have 60 seconds to comply before your nickname is changed.

ก็คือว่า  ต้องทำการยืนยันชื่อภายใน 60 seconds  โดยพิมพ์ว่า /msg nickserv identify <Password ที่ตั้งไว้>  อย่างในตัวอย่างนี้ ก็ต้องพิมพ์คำว่า /msg nickserv identify <test>  ก็เพราะว่า Password คือ test นั่นเอง  และเมื่อกด Enter  ก็จะมีข้อความ [NickServ] : Password accepted for the nick TestRegister

ข้อแตกต่างของการตั้ง Set Kill On กับไม่ได้ Set
ถ้าไม่ได้ Set Kill On ไว้  เมื่อมีคนมาใช้ชื่อเรา  เค้าก็จะใช้ชื่อเราได้จนกว่าเราจะมาทำการ Kill ชื่อ  โดยการใส่คำสั่ง /ns ghost <name> <password>  แต่ถ้าเรา Set Kill On ไว้  คนอื่นที่ใช้ชื่อของเรานั้น  จะถูกเปลี่ยนชื่อภายใน 60 วินาที

สำหรับเทคนิคนี้  จะใช้กับ Server irc.webmaster.com  ถ้าเป็น Microsoft irc.au.ac.th (server abac)  ก็เปลี่ยนคำสั่งนิดหน่อย  พิมพ์ว่า /msg nickserv register <Password>  ไม่ต้องใส่ E-Mail  แต่การยืนยันชื่อเหมือนกันกับ irc.webmaster.com เช่นเดิม

การแก้ปัญหาลืม Password ใน WinRoute
วิธีการแก้ไขก็คือ  ให้คลิกขวาที่ Icon ของ WinRoute ตรงมุมขวาล่างของหน้าจอ  และเลือกไปที่ Stop WinRoute Engine  จากนั้นจะเห็นว่า Icon ของ WinRoute จะเปลี่ยนไปเป็นสถานะที่มีเครื่องหมายลบสีแดงทับอยู่  ต่อจากนั้นให้เปิด Regedit  และไปที่ [HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Kerio\WinRoute\User]  ซึ่งเมื่อพบแล้ว  ให้ลบคีย์ 0 นี้ทิ้ง  จากนั้นให้คลิกที่คีย์ User  และไปที่เมนู Registry >> Export Registry File  เพื่อทำการ Export เก็บเป็น Registry File เอาไว้

ต่อไปให้คุณย้อนขึ้นไปคลิกที่คีย์ชื่อ WinRoute  และฝั่งขวาให้มองหา AdminUserAdded  เมื่อพบแล้ว  ให้ดับเบิลคลิกมันขึ้นมา  แล้วแก้ Value Data เป็น 0  และกด OK  คราวนี้ให้คุณทำการ Start The WinRoute Engine  แล้วทำการดับเบิลคลิกที่ Icon ของ WinRoute ตรงมุมขวาล่างของหน้าจอขึ้นมา  เพื่อทำการ Login  โดยที่ช่อง Username นั้นก็ใส่คำว่า Admin เอาไว้เหมือนเดิม  ส่วนช่อง Password ปล่อยเป็นว่างๆเอาไว้  ไม่ต้องใส่อะไร  และกดปุ่ม OK ได้เลย  ซึ่งหลังจากกด OK  ก็จะเห็นได้ว่า  สามารถทำการ Login เข้าไปใช้งาน WinRoute ได้ทันที  โดยที่ไม่ต้องใส่ Password แต่อย่างใด

แต่ยังไม่จบเพียงเท่านี้  คราวนี้จำเป็นที่จะต้องทำการ Stop The WinRoute Engine อีกครั้ง  จากนั้นไฟล์ที่เรา Export เอาไว้  ให้ดับเบิลคลิกมันและตอบ Yes และ OK ได้ทันที  เรียบร้อยแล้ว  คราวนี้ก็ให้ทำการ Start The WinRoute Engine อีกครั้ง  ใช้งานได้ตามปกติ  และก็จะสามารถเข้าไปใช้งาน WinRoute ในส่วนของ Admin ได้แล้ว  แต่ยังไงก็อย่าลืมเข้าไปเปลี่ยนหรือกำหนด Password ต่างๆใหม่ด้วย  ที่เมนู Settings >> Accounts  แล้วทีนี้ก็จำไว้ดีๆ  อย่าลืมอีก

ปรับขนาดซิสเต็มรีสโตร์
สามารถแก้ไขได้โดยเปิด Regedit  และไปที่ [HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows
\CurrentVersion\StateMgr\Cfg\ReservedDiskSpace]  และที่ [HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\CurrentVersion\StateMgr\ReservedDiskSpace]  จากนั้นเปลี่ยนค่า Max และ Min เป็นค่าที่ต้องการโดยใช้ชนิดของข้อมูลแบบ DWORD

ปรับค่าคอนฟิคในการต่อเน็ตให้ดีที่สุด
ถ้าจะปรับแต่งค่าการรับข้อมูลของ RcvWindow และ DefaultTTL ให้ดีที่สุด  ให้เปิด Regedit ขึ้นมา  แล้วไปที่ [HKEY_LOCAL_MACHINE\System\CurrentControlSet\Services\VxD\MSTCP]  แล้วลองหาหรือเพิ่มค่า DefaultRcvWindow  ชนิด String Value เป็น 4288  และลองหาหรือเพิ่มค่า DefaultTTL  ชนิด String Value เป็น 128  จากนั้น Save แล้วออกจากโปรแกรมแล้ว Restart ใหม่

ปรับค่าเดียลอัพให้ดีที่สุด
ถ้าจะปรับแต่งค่าการรับข้อมูลของ Dialup ให้ดีที่สุด  เพราะค่าของวินโดวส์ที่กำหดให้มานั้นไม่เหมาะสม  ให้เปิด Regedit ขึ้นมา  แล้วไปที่ [HKEY_LOCAL_MACHINE\System\CurrentControlSet\Services\Class\NetTrans]  แล้วลองหาหรือเพิ่มค่า MaxMTU  ชนิด String Value เป็น 576  และลองหาหรือเพิ่มค่า MaxMSS  ชนิด String Value เป็น 536  จากนั้น Save แล้วออกจากโปรแกรมแล้ว Restart ใหม่

เพิ่มค่าเซสชั่นในการเชื่อมต่อให้มากขึ้น
ในวินโดวส์นั้นกำหนดค่าสูงสุดของ HTTP Sessions ไว้จำกัดสำหรับ HTTP 1.0 เป็น 4  ซึ่งทำให้ควรเปิดหน้าต่างอินเตอร์เน็ตเอ็กพลอเรอร์ได้สูงสุด 4 หน้าต่าง  แต่ถ้าใช้ HTTP 1.1 นั้นเป็น 2  ซึ่งยิ่งน้อยไปใหญ่  ถ้าคุณจะเพิ่มค่าก็ทำได้โดยเปิด Regedit ขึ้นมา  แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion
\Internet Settings]  แล้วลองหาหรือเพิ่มค่า MaxConnectionsPerServer (สำหรับ 1.1) และ MaxConnectionsPer1_0Server (สำหรับ 1.0) เป็นค่าแบบ DWORD Value  แล้วกำหนดค่าเป็น 8 ทั้งสองตัวก็ได้

ปรับแต่งรีจีสเตอร์ให้ใช้บล็อคไฟล์ที่มีขนาดดีที่สุด
ถ้าจะปรับแต่งค่าของขนาดของไฟล์ในแต่ละบล็อคที่ดีที่สุด  เพราะค่าของวินโดวส์ที่กำหดให้มานั้นไม่เหมาะสม  ให้เปิด Regedit ขึ้นมา  แล้วไปที่ [HKEY_LOCAL_MACHINE\SYSTEM\CurrentControlSet\Control\FileSystem]  แล้วลองหาหรือเพิ่มค่า ContigFileAllocSize  ชนิด DWORD Value เป็น 512 สำหรับค่าแบบ Decimal  หรือเป็น 200 สำหรับค่าแบบ Hex

เพิ่มแคชในการรีเฟรชหน้าจอ
เปิด Regedit  [HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Explorer]  ใส่ค่าสตริงใหม่ลงที่หน้าต่างด้านซ้าย  โดยเลือก Edit >> New >> String Value  หรือแก้ไขค่า Max Cached Icons  กำหนดค่าเป็น 819

เพิ่มประสิทธิภาพดิสก์แคชแบบแมพแคช
โดยปกติวินโดว์ส 98 จะใช้ส่วนของหน่วยความจำเป็นดิสก์แคช  เพื่อเพิ่มความเร็วประสิทธิภาพกับระบบที่มีเมมโมรีมากกว่า 64 MB ของหน่วยความจำ  โชคร้ายที่หน่วยความจำทั้งหมดที่ไม่ใช้สำหรับแอปพลิเคชั่น  และซึ่งหมายถึงหน่วยความจำของจะน้อยกว่า 64 MB ของเครื่องคอมพิวเตอร์  และหน่วยความจำจะเชื่องช้า  ถ้ามีโปรแกรมมากกว่าหนึ่งในการใช้ในคราวเดียว  โชคดีที่สามารถระงับความสามารถอย่างนี้โดยการแก้ไขรีจีสเตอร์วินโดว์ส

ใช้ Regedit  จากนั้นให้ไปที่ [HKEY_LOCAL_MACHINE\System\CurrentControlSet\Services\VxD\VMM]  คลิกขวาพื้นที่ว่างเปล่าในด้านขวาของวินโดว์ส  และเลือก New  แล้วเลือกเป็น Binary Value  ใส่ MapCache  และกด Enter โดยไม่ต้องใส่ค่าใดๆ

ลบค่าเก่าในคำสั่ง Find ทิ้ง
เราสามารถลบค่าเก่าใน Find ได้โดยการเปิด Regedit ขึ้นมา  แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Internet Explorer\Explorer Bars\{C4EE31F3-4768-11D2-BE5C-00A0C9A83DA1}\FilesNamedMRU]  ในหน้าต่างด้านขวา  ให้ลบค่าที่ไม่ต้องการออก

ลบค่าเก่าๆในคำสั่ง Run ทิ้ง
เปิด Regedit  ไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Explorer
\RunMRU]  ที่หน้าต่างด้านขวา  ลบค่าที่ไม่ต้องการออก

ลบค่าใน Address Bar เฉพาะค่าที่ต้องการไม่ลบทั้งหมด
ต้องการลบโดยปราศจากการเคลียร์ History ทั้งหมด  เปิด Regedit  ไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Internet Explorer\TypedURLs]  และลบค่าที่ไม่ต้องการออก

เอา Task Scheduler ออก
Task Scheduler ถูกติดตั้งโดยอัตโนมัติในบางเวอร์ชั่นของวินโดว์ส  และยังมีเมื่อติดตั้งอินเตอร์เน็ตเอ็กพลอเรอร์  สามารถที่จะลบมันออกจากระบบดังนี้

เปิด Regedit  ไปที่ [HKEY_LOCAL_MACHINE\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\RunServices]  ที่ค่า SchedulingAgent กำหนดเป็น mstask.exe  เพียงลบค่าดังกล่าวออกไปเท่านั้น

เมื่อ Windows Update ไม่สำเร็จควรทำอย่าไร
วินโดวส์ ME อาจจะมีปัญหาขณะใช้ Windows Update  เครื่องอาจจะค้างขณะดาว์นโหลดหรือติดตั้งมัน  และบังคับให้รีสตาร์ทเครื่องใหม่  ซึ่งอาจจะทำให้ไม่ทราบว่าอัพเดทเรียบร้อยดีหรือยัง  แต่ไม่เป็นไร  ใน Windows Update ได้สร้างค่าชุดของคอนฟิคไฟล์เรียกว่า OEMx.INF  สร้างขึ้นโดยอินเตอร์เน็ตเอ็กพลอเรอร์โดยบันทึกเซกชั่นต่างๆไว้  ให้ลบไฟล์ OEMx.INF ต่างๆนี้ทิ้งไป  โดยไปที่ Start >> Find Files or Folders แล้วพิมพ์ OEM*.INF ช่องชื่อไฟล์ในไดเรกทอรี่ \Windows\Inf  เมื่อค้นหาหมดแล้ว  ขยายหน้าต่างให้เต็มจอ  หาไฟล์ INF ที่มีขนาด 0 ไบต์  แล้วลบออกให้หมด

เพิ่มความเร็วของ Register
เมื่อใช้วินโดวส์ไปแล้วรู้สึกช้าจากรีจีสตรี้  ให้ลองปรับแต่งรีจีสตรี้ด้วยตัวเอง  โดยเปิดดอสพร้อมขึ้นมา  แล้วพิมพ์ SCANREG /OPT  จากนั้นนั่งรอวินโดวส์จะแพ็คข้อมูลให้

ปรับแต่ง Cache สำหรับ Floppy Disk
ไปที่ System Properties  และคลิกแถบ Performance  และคลิก File System  คลิกแถบ Removable Disk  และเลือกค่า Enable write-behind caching on all removable disk drives

เพิ่มประสิทธิภาพ Hard Disk
วินโดว์ 98 จะเห็นฮาร์ดดิสก์บนช่อง IDE อาจจะเพิ่มประสิทธิภาพของดิสก์  โดยไปที่ System Properties  จากนั้นเลือกแถบ Device Manager แล้วเปิดส่วน Hard Disk Controller  จะเห็นดีไวซ์คอนโทรลเลอร์อุปกรณ์ที่ด้านบนของรายการ  (ที่เขียนว่า BUS MASTER Controller)  จากนั้นเลือกปุ่ม Properties  และเลือกแถบ Settings  จากนั้นเลือก Both IDE Channels Enabled

ให้วินโดวส์ปิดงานที่ไม่มีการตอบสนองโดยอัตโนมัติ
ถ้าต้องการให้ปิดงานที่ไม่มีการตอบสนองโดยอัตโนมัติ  สามารถทำได้ดังนี้  โดยเปิด Regedit  แล้วไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Control Panel\Desktop\AutoEndTasks]  ให้แก้ไขค่าเป็น 1  แล้วแก้ค่า WaitToKillAppTimeout  เป็นจำนวนวินาทีที่คุณต้องการ  เช่นเปลี่ยนเป็น 10

ให้วินโดวส์ใช้แรมให้หมดก่อนจึงค่อยใช้ Virtual Memory มา Swap File
ไปที่ Start >> Run  พิมพ์ system.ini  หาบรรทัดที่มีหัวข้อว่า [386Enh]  แล้วพิมพ์คำว่า ConservativeSwapfileUsage=1 ต่อท้ายบรรทัดล่างสุด  วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่มีแรมมากกว่า 128 ขึ้นไป  เพราะมันจะเอาพื้นที่ของ Ram ไปทำ Cache  วิธีนี้ทำให้ Com เร็วขึ้น 40% เลยทีเดียว

วิธีเก็บไฟล์ Windows Update ไว้ในเครื่อง
แบบที่อัพเดทอัตโนมัติมาลงเครื่อง  พอครบร้อยเปอร์เซ็นต์  จะมีกรอบมาให้ Install  อย่าเพิ่ง Install  ให้ไป Copy มาก่อน  โดยจะซ่อนอยู่ใน Program Files  ให้โชว์ All Files  และก็อปโฟลเดอร์ชื่อ WindowsUpdate มาไว้ก่อน  แล้วค่อย Install  เพราะเมื่อ Install แล้ว  วินโดว์จะลบโฟลเดอร์นี้ออกไปแบบอัตโนมัติ  ไฟล์ Update นี้สามารถเอาไปลงเครื่องอื่นได้ด้วย

เคลียร์การจำการใช้งานใน Document ใน Start Menu
เราสามารถเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานคอมพิวเตอร์  ไม่ให้ผู้อื่นรู้ว่าเราใช้งานอะไรบ้าง  ทำได้โดยเปิด Regedit  ไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\Explorer]  ที่หน้าต่างด้านขวา  ให้หาหรือเพิ่มค่าชนิด DWORD Value แล้วใส่ชื่อเป็น ClearRecentDocsOnExit  ดับเบิลคลิก  ใส่ค่าเป็น 1

เคลียร์ Bios ด้วยการ Debug
Start >> Program >> Accesories >> MS-DOS Prompt
พอหน้าจอขึ้น C:\  ให้พิมพ์คำว่า
Debug  <Enter>  (Then the cursor change to – )
– o 70 2e  <Enter>  (โอ วรรค เจ็ดศูนย์ วรรค สองอี)
– o 71 ff  <Enter>  (โอ วรรค เจ็ดหนึ่ง วรรค เอฟเอฟ)
– q  <Enter>  (คิว)

ตั้งเวลา Shutdown ใน Windows
ใน WinMe
สร้าง ShortCut ใน Scheduled Tasks  แล้วให้รัน windows/rundll.exe;user.exe,exitwindows

ใน WinXP
ใช้คำสั่ง [c:\windows\system32\]shutdown.exe [-s|-r|-l] [-t sec]

-s = shutdown
-r = restart
-l = logoff
-t = timeout

ยกตัวอย่างเช่น  shutdown.exe -s -t 60  นั่นหมายความว่าให้ Shutdown โดยนับถอยหลัง 60 วินาที

Enable/Disable Registry Editor
วิธี Disable Registry
เปิด Regedit  ไปที่ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\System]  ที่หน้าต่างด้านขวา  ให้หาหรือเพิ่มค่าชนิด DWORD Value  แล้วใส่ชื่อเป็น DisableRegisrtyTools  ใส่ค่าเท่ากับ 1

วิธี Enable Registry
เปิด Notepad  สร้างไฟล์ Enable.reg ขึ้นมา  แล้วเขียนตามนี้…

REGEDIT4
[HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Windows\CurrentVersion\Policies\System]
“DisableRegistryTools”=dword:00000000

เวลาใช้ให้ Double Click ที่ไฟล์ Enable.reg  แล้วกด Yes

การถอดรหัส Logon บนวินโดวส์
เข้าไปที่ C:\Windows แล้วหาไฟล์ที่มีนามสกุลเป็น .pwl  ถ้าต้องการที่จะทำลายรหัสทิ้งไปเลย  ก็ให้ลบไฟล์นี้ทิ้งไปได้เลย  แต่ถ้าต้องการจะเปลี่ยนรหัสแค่ชั่วครั้งชั่วคราว  ก็ให้เปลี่ยนนามสกุลของไฟล์จาก .pwl เป็นชื่ออื่นๆอะไรก็ได้  แล้วเมื่อ Logon มาอีกที  มันก็จะให้กรอกรหัสใหม่

ลบรายชื่อโปรแกรมที่ตกค้างใน Add/Remove หลังจากลบโปรแกรมนั้นออกจากเครื่องแล้ว
ไปที่  [HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Windows\CurentVersion\Uninstall]  แล้วลบโฟลเดอร์โปรแกรมที่ตกค้างออก  (ที่จริงเรียกว่าซับคีย์  แต่ผมเรียกเป็นโฟลเดอร์ละกัน  เข้าใจง่ายดี)

** สามารถแก้ไขชื่อโปรแกรมที่จะให้แสดงใน Add/Remove ได้ด้วย  โดยเลือกโฟลเดอร์โปรแกรมที่ต้องการที่หน้าต่างด้านขวา  หาคีย์ชื่อ DisplayName  แล้วเปลี่ยนเป็นชื่อที่ต้องการ  วิธีนี้ไม่ส่งผลใดๆกับโปรแกรมนะครับ  สามารถ Remove โปรแกรมได้ตามปกติ

เพิ่ม IE Auto Scan
ปกติเมื่อพิมพ์ชื่อเว็บ  ถ้าโดเมนผิด  IE จะหาโดเมนที่ถูกได้  โดยเป็น .com, .org, .net และ .edu  แต่เราสามารถเพิ่มโดเมนให้กับ IE ได้  โดยไปที่ [HKEY_LOCAL_MACHINE\SOFTWARE\Microsoft\Internet Explorer\Main\UrlTemplate]  ที่หน้าต่างด้านขวา  สร้างคีย์ชนิด String Value  ตั้งชื่อเป็นตัวเลขต่อจากที่มีอยู่  เช่นถ้ามีถึง 4  ก็ใส่ชื่อเป็น 5  จากนั้นแก้ไขค่าคีย์ที่สร้างขึ้นมาใหม่  ใส่เป็น http://www.%s.xxx  ถ้าต้องการนามสกุลอื่น  เช่น .gov  ก็เพิ่มคีย์ใหม่  แล้วแก้ไขค่าเหมือนข้างต้น  แต่เปลี่ยนส่วนขยายเป็น .gov  เป็นต้น

เพิ่มรายการ Copy To และ Move To เมื่อคลิกขวาที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์

ไปที่ [HKEY_CLASSES_ROOT\AllFilesystemObjects\shellex\ContextMenuHandlers]  สร้างโฟลเดอร์หรือซับคีย์ชื่อ Copy To และ Move To

ที่หน้าต่างด้านขวาของซับคีย์ Copy To  ใส่ค่า Default เป็น {C2FBB630-2971-11D1-A18C-00C04FD75D13}
ที่หน้าต่างด้านขวาของซับคีย์ Move To  ใส่ค่า Default เป็น {C2FBB631-2971-11D1-A18C-00C04FD75D13}

จัดหมวดหมู่ให้มันไปอยู่แถวเดียวกับ Send To

ไปที่ [HKEY_CLASSES_ROOT\CLSID]  สร้างซับคีย์สำหรับ Copy To  ชื่อ {C2FBB630-2971-11D1-A18C-00C04FD75D13}  ที่หน้าต่างด้านขวา  ใส่ค่า Default เป็น Microsoft CopyTo Service  และสร้างคีย์ชนิด DWORD Value  ใส่ชื่อ flags  ดับเบิลคลิก  แล้วใส่ค่าแบบ Hexadecimal เท่ากับ 1

สร้างซับคีย์ย่อยจากคีย์ {C2FBB630-2971-11D1-A18C-00C04FD75D13} ชื่อ InProcServer32  ที่หน้าต่างด้านขวา  ใส่ค่า Default เป็น C:\WINDOWS\SYSTEM\SHELL32.DLL  และสร้างคีย์ชนิด String Value ชื่อ ThreadingModel  ดับเบิลคลิก  ใส่ค่าเป็น Apartment

สำหรับ Move To  ก็ให้สร้างแบบเดียวกัน  โดยสร้างซับคีย์จาก [HKEY_CLASSES_ROOT\CLSID]  ใช้ชื่อเป็น {C2FBB631-2971-11D1-A18C-00C04FD75D13}  ที่หน้าต่างด้านขวา  ใส่ค่า Default เป็น Microsoft MoveTo Service  นอกนั้นทำเหมือน Copy To

เพิ่มประสิทธิภาพการคลิกขวาให้ IE
เมื่อคลิกขวาที่หน้าเพจ รูปภาพ หรือข้อความที่เลือก  จะมีตัวเลือกเพิ่มเข้ามาในเมนู  (เลือกสร้างเฉพาะที่ต้องการได้  และไม่ต้องรีสตาร์ทก่อนใช้งาน)  การสร้างนี้จะมี 2 ส่วน  คือใน Registry และไฟล์ Html  ขอเริ่มจาก Registry ก่อนละกัน  จะได้อธิบายไปด้วยเลย

การทำ Highlight ข้อความ
เปิด Notepad  พิมพ์ (หรือก็อป) เอาไปวาง

REGEDIT4

[HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Internet Explorer\MenuExt\&Highlight]
@=”C:\\WINDOWS\\WEB\\highlight.htm”
“contexts”=hex:10

แล้วเซฟ  โดยเลือกในช่อง Type เป็น All Files  ตั้งชื่ออะไรก็ได้  *.reg  เช่น Highlight.reg

บรรทัดแรกหมายถึงการสร้างคีย์ [HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Internet Explorer\MenuExt\&Highlight]  โดยจะสร้างเฉพาะคีย์ใหม่  ในกรณีนี้ก็คือการสร้างซับคีย์ย่อยชื่อ &Highlight เพิ่มจากคีย์ MenuExt  เครื่องหมาย & หน้าตัว H หมายถึงการทำช็อตคัทคีย์ให้เมนู Highlight  โดยเมื่อลากคลุมส่วนที่ต้องการแล้วคลิกขวา  สามารถกดแป้นอักษร h เพื่อทำ Highlight ข้อความ  สามารถเปลี่ยนได้โดยต้องไม่ซ้ำกับเมนูอื่น  เช่น ต้องการเปลี่ยนเป็นช็อตคัทเป็น g ก็ใส่เป็น Hi&ghlight เป็นต้น

บรรทัดที่สอง  เครื่องหมาย @ หมายถึงการสร้างคีย์ชนิด String Value ที่เป็น Default ของซับคีย์นี้  ในเครื่องหมายฟันหนูก็คือ Value Data ที่จะใส่

บรรทัดที่สามคือ  การสร้างคีย์ในซับคีย์ &Highlight เช่นกัน  แต่เป็นคีย์ชนิด Binary Value ชื่อ contexts  มีการใส่ค่า Value Data แบบ Hexadecimal มีค่าเท่ากับ 10  (ข้อสังเกตุในการพิมพ์สำหรับคีย์ชนิดอื่น :  ถ้าเป็นแบบ String Value  ค่าที่ใส่มักเป็นตัวอักษร และไม่มีตัวนำหน้า  ถ้าเป็นแบบ DWORD Value ใส่ค่าได้ทั้งแบบ Hexadecimal และ Decimal  จะมีตัวนำหน้าค่าที่ใส่ว่า Dword  หรับ Binary Value ก็คือ Hex เป็นต้น)

ส่วนต่อไปก็จะเป็นการสร้างไฟล์ Html เพื่อเขียนสคริปต์ให้สามารถใช้ได้  เปิด Notepad  พิมพ์

<HTML>
<SCRIPT defer>

var parentwin = external.menuArguments;
var doc = parentwin.document;
var sel = doc.selection;
var rng = sel.createRange();
var str = new String(rng.text);

rng.execCommand(“BackColor”,0,”YELLOW”);

</SCRIPT>
</HTML>

แล้วเซฟไว้ที่ C:\WINDOWS\WEB โดยเลือกในช่อง Type เป็น All Files ตั้งชื่อเป็น highlight.html

** อันนี้ไม่ขออธิบายละกัน  เกรงว่ามันจะยาวไป  เอาเท่าที่ควรรู้ละกัน  ตรงบรรทัดส่วนท้ายที่คำว่า “YELLOW”  จะหมายถึงสีของข้อความที่ต้องการทำ Highlight  สามารถเปลี่ยนเป็นสีที่ต้องการได้  เช่น “RED” ก็จะเป็นสีแดง  ถ้าต้องการแดงเข้ม-อ่อน  ก็ใส่เป็นโค๊ด เช่น “#FF4040” = แดงส้ม , “#CD3700” = น้ำตาลแดง  เป็นต้น   จากนั้นดับเบิลคลิกไฟล์ Highlight.reg ที่สร้างขึ้น  ตอบ Yes

วิธีใช้งานและตัวอย่าง
ลากเมาส์คลุมข้อความที่ต้องการทำ Highlight  แล้วคลิกขวาบนข้อความ  ก็จะมีเมนูปรากฎดังรูป

ตัวอย่างการทำ Highlight ด้วยสีต่างๆ

ข้อความลิงค์ก็ทำได้  แต่การคลิกขวาให้ขึ้นเมนู Highlight ค่อนข้างลำบาก  ให้เลี่ยงไปใช้ปุ่มเรียกเมนูที่อยู่ระหว่างปุ่ม Ctrl กับ ปุ่มรูปธง  (อยู่ใต้ปุ่ม Shift ด้านขวา)  ก็จะทำ Highlight ข้อความลิงค์ได้  ดังรูป

การย่อ-ขยายรูปบนเวบเพจ

เปิด Notepad พิมพ์

REGEDIT4

[HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Internet Explorer\MenuExt\Zoom &In]
@=”C:\\WINDOWS\\WEB\\zoomin.htm”
“contexts”=hex:02

แล้วเซฟโดยเลือกในช่อง Type เป็น All Files  ตั้งชื่ออะไรก็ได้ *.reg เช่น ZoomIn.reg

เปิด Notepad พิมพ์

<HTML>
<SCRIPT defer>
var parentwin = external.menuArguments;
var doc = parentwin.document;
var w;
var h;

if ( parentwin.event.srcElement.tagName == “IMG” )
{
h = parentwin.event.srcElement.height * 2;
parentwin.event.srcElement.height = h;

w = parentwin.event.srcElement.width * 2;
parentwin.event.srcElement.width = w;
}
else
alert (“You must right-click on an image to Zoom.”);

</SCRIPT>
</HTML>

แล้วเซฟไว้ที่ C:\WINDOWS\WEB  โดยเลือกในช่อง Type เป็น All Files  ตั้งชื่อเป็น zoomin.html  จากนั้นดับเบิลคลิกไฟล์ ZoomIn.reg ที่สร้างขึ้น  ตอบ Yes

เปิด Notepad พิมพ์

REGEDIT4

[HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Internet Explorer\MenuExt\Zoom O&ut]
@=”C:\\WINDOWS\\WEB\\zoomout.htm”
“contexts”=hex:02

แล้วเซฟโดยเลือกในช่อง Type เป็น All Files  ตั้งชื่ออะไรก็ได้ *.reg  เช่น ZoomOut.reg

เปิด Notepad พิมพ์

<HTML>
<SCRIPT defer>
var parentwin = external.menuArguments;
var doc = parentwin.document;
var w;
var h;

if ( parentwin.event.srcElement.tagName == “IMG” )
{
h = parentwin.event.srcElement.height / 2;
parentwin.event.srcElement.height = h;

w = parentwin.event.srcElement.width / 2;
parentwin.event.srcElement.width = w;
}
else
alert (“You must right-click on an image to Zoom.”);

</SCRIPT>
</HTML>

แล้วเซฟไว้ที่ C:\WINDOWS\WEB  โดยเลือกในช่อง Type เป็น All Files  ตั้งชื่อเป็น zoomout.html  จากนั้นดับเบิลคลิกไฟล์ ZoomOut.reg ที่สร้างขึ้น  ตอบ Yes

วิธีการใช้งาน
คลิกขวาบนรูปภาพ  จะมีตัวเลือกดังรูป  ก็เลือกย่อ-ขยายดูตามต้องการได้เลย

การหาด้วย Google อย่างรวดเร็ว

เปิด Notepad พิมพ์

REGEDIT4

[HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Internet Explorer\MenuExt\&Web Search]
@=”C:\\WINDOWS\\WEB\\selsearch.htm”
“contexts”=hex:10

แล้วเซฟโดยเลือกในช่อง Type เป็น All Files ตั้งชื่ออะไรก็ได้ *.reg เช่น search.reg

เปิด Notepad พิมพ์

<HTML>
<SCRIPT defer>
var parentwin = external.menuArguments;
var doc = parentwin.document;
var sel = doc.selection;
var rng = sel.createRange();
var str = new String(rng.text);
var op = new String (“http://www.google.com/search?q=”+ str);

if (str==””)
alert (“You must select some text to search for first.”);
else
open(op);

</SCRIPT>
</HTML>

แล้วเซฟไว้ที่ C:\WINDOWS\WEB  โดยเลือกในช่อง Type เป็น All Files ตั้งชื่อเป็น selsearch.html  จากนั้นดับเบิลคลิกไฟล์ search.reg ที่สร้างขึ้น  ตอบ Yes

** ถ้าต้องการหาด้วยตัวอื่น  ก็ให้เปลี่ยนตรง http://www.google.com/search?q เป็น
http://search.yahoo.com/search?p ของ Yahoo
http://www.siamguru.com/cgi-bin/search?q ของ Siamguru

วิธีใช้
ลากเมาส์คลุมข้อความที่ต้องการหาด้วย Google  คลิกขวาเลือก Web Search ก็จะเปิดหน้าต่างใหม่พร้อมแสดงผลการค้นหา

แสดงลิงค์ URL และ ลิงค์รูปภาพ

ตัวอย่างการเลือก Images List จากหน้าแรกของบอร์ด

เปิด Notepad พิมพ์

REGEDIT4

[HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Internet Explorer\MenuExt\I&mages List]
@=”C:\\WINDOWS\\Web\\imglist.htm”
“contexts”=hex:01

แล้วเซฟโดยเลือกในช่อง Type เป็น All Files  ตั้งชื่ออะไรก็ได้ *.reg เช่น ImageList.reg

เปิด Notepad พิมพ์

<script defer>
/*
Image List Utility
Copyright (C) 1998, 1999 Microsoft Corp.
WJB

Version Notes
————————————————————————————————————————
1.05 Fixed IE5 bugs (1/13/99):
65685 Incorrectly generating absolute path for background images from relative path of image and source document
65691 Ditto
65698 Defined and used szTotal (was reusing szUniqueImages)
None If image fileSize is unavailable (-1 in IE5), handle appropriately (show “Not Available” as filesize).
Happens when image URL is a redirect, e.g. http://www.linkexchange.com ads, http://www.altavista.com (doubleclick ads)
1.04 Made variables for all UI strings, cleaned up for public ship in IE5
1.03 Added support for estimating download times over various modem speeds (thanks RW)
Added support for scaling images to 100×100
Made screen width relative to screen width (200 pixels smaller) as well as height
1.02 Added support for FRAMESET pages (will traverse all frames in turn)
Fixed bugs with counting of background images, enabled duplicate detection
Fixed script errors resulting from attempting to access fileSize and width/height before images were loaded
Modularized code
1.01 Fixed double count problem (used all.tags(“IMG”) instead of .images() collection)
Added support for image size column
Added support for background images
1.0 Initial version

*/

// Strings to be localized

var szListOfAllImagesIn = “List of all images in “;
var szImageURL = “Image URL”;
var szCountOnPage = “Count on Page”;
var szSize = “Size (bytes)”;
var szWxH = “WxH (pixels)”;
var szImage = “Image”;
var szScaleLargeImages = “Scale large images”;
var szUniqueImages = “Unique images: “;
var szTotal = “Total images: “;
var szBytes = “Total bytes: “;
var szImageLoadingEst = “Image loading will take about: “;
var sz14Est = ” seconds @ 14.4″;
var sz28Est = ” seconds @ 28.8″;
var sz56Est = ” seconds @ 56K”;
var szCloseButtonLabel = “Close”;
var szAppTitle = “Images List utility for Internet Explorer”;
var szVersion = “Version: “;
var szFrame = “Frame: “;
var szBackground = “Background: “;
var szLoading = “Loading…”;
var szNotAvailable = “Not Available”

// End localized string table

var szVer = “1.05”;

var iImgCnt = 0;
var iImgSizeSubtotal = 0;
var iUniqueImgCnt = 0;
var iURLOffset = 0;
var szImgUrls = “”;

var szImgListWinStyle = new String (“toolbar=no,location=no,directories=no,status=no,menubar=no,scrollbars=yes, resizable=yes, top=0, left=0”);

// By default, Images list window is 200 pixels smaller in width and height than the screen.
szImgListWinStyle = szImgListWinStyle + “, width=” + (screen.width – 200);
szImgListWinStyle = szImgListWinStyle + “, height=” + (screen.height – 200);

var dlProgress = window.open (“”, “imagedownloader”, szImgListWinStyle);
var docImgList = dlProgress.document;

docImgList.open();

docImgList.writeln (“<HTML>”);
docImgList.writeln (“<HEAD>”);
docImgList.writeln (“<TITLE>Images List</TITLE>”);
docImgList.writeln (“</HEAD>”);

// Create style sheet
docImgList.writeln(“<STYLE> BODY,P,TD { font: 8pt Verdana, Arial, Helvetica, Sans-serif; line-height:10pt } </STYLE>”);

// Create onload() handler
docImgList.writeln(“<SCRIPT defer>”);

docImgList.writeln(“function imageLoaded() {“);
docImgList.writeln(“var szID = this.event.srcElement.id;”);
docImgList.writeln(“var iElemNum = szID.substring(szID.indexOf(\”_\”)+1,szID.length);”);
docImgList.writeln(“this.document.all(\”imgFileSize_\” + iElemNum).IMAGEOBJECT = this.event.srcElement;”);
docImgList.writeln(“this.document.all(\”imgDimensions_\” + iElemNum).IMAGEOBJECT = this.event.srcElement;”);
docImgList.writeln(“}”);

docImgList.writeln(“function pageLoaded() {“);
docImgList.writeln(“var colTemp = this.document.all.tags(\”TD\”);”);
docImgList.writeln(“for (iTDCnt = 0; iTDCnt < colTemp.length; iTDCnt++) {“);
docImgList.writeln(” if ( (colTemp(iTDCnt).IMAGEOBJECT != null) && (colTemp(iTDCnt).id.indexOf(\”imgFileSize\”) == 0) && colTemp(iTDCnt).IMAGEOBJECT.complete ) {“);
docImgList.writeln(” colTemp(iTDCnt).innerText = colTemp(iTDCnt).IMAGEOBJECT.fileSize;”);
docImgList.writeln(” }”);
docImgList.writeln(” if ( (colTemp(iTDCnt).IMAGEOBJECT != null) && (colTemp(iTDCnt).id.indexOf(\”imgDimensions\”) == 0) && colTemp(iTDCnt).IMAGEOBJECT.complete ) {“);
docImgList.writeln(” colTemp(iTDCnt).innerText = colTemp(iTDCnt).IMAGEOBJECT.width + \”x\” + colTemp(iTDCnt).IMAGEOBJECT.height;”);
docImgList.writeln(” }”);
docImgList.writeln(” }”);

docImgList.writeln(“var iImgTotal = 0;”);
docImgList.writeln(“colTemp = this.document.all.tags(\”IMG\”);”);
docImgList.writeln(“for (iImgCnt = 0; iImgCnt < colTemp.length; iImgCnt++) {“);
docImgList.writeln(” if (colTemp(iImgCnt).complete) {“);
docImgList.writeln(” iImgTotal += +(colTemp(iImgCnt).fileSize);”);
docImgList.writeln(” }”);
docImgList.writeln(” }”);
docImgList.writeln(“this.document.all(\”divImgTotal\”).innerText = iImgTotal;”);

docImgList.writeln(“var iByteCount = (250 * colTemp.length) + iImgTotal;”);
docImgList.writeln(“this.document.all(\”divImgSpeed14\”).innerText = ( (parseInt(iByteCount / 16.5)) / 100 );”);
docImgList.writeln(“this.document.all(\”divImgSpeed28\”).innerText = ( (parseInt(iByteCount / 33)) / 100 );”);
docImgList.writeln(“this.document.all(\”divImgSpeed56\”).innerText = ( (parseInt(iByteCount / 64.1)) / 100 );”);

docImgList.writeln(“}”);

docImgList.writeln(“function scaleImages() {“);
docImgList.writeln(“var colTemp = this.document.all.tags(\”IMG\”);”);
docImgList.writeln(“if (this.event.srcElement.checked) {“);
docImgList.writeln(” for (iImgCnt = 0; iImgCnt < colTemp.length; iImgCnt++) {“);
docImgList.writeln(” if (colTemp(iImgCnt).complete) {“);
docImgList.writeln(” colTemp(iImgCnt).OLDWIDTH = colTemp(iImgCnt).width;”);
docImgList.writeln(” colTemp(iImgCnt).OLDHEIGHT = colTemp(iImgCnt).height;”);
docImgList.writeln(” if (colTemp(iImgCnt).width > 100) colTemp(iImgCnt).width = 100;”);
docImgList.writeln(” if (colTemp(iImgCnt).height > 100) colTemp(iImgCnt).height = 100;”);
docImgList.writeln(” } // if (colTemp(iImgCnt).complete)”);
docImgList.writeln(” } // for (iImgCnt = 0 …”);
docImgList.writeln(” } // if (this.event.srcElement.checked”);
docImgList.writeln(“else {“);
docImgList.writeln(” for (iImgCnt = 0; iImgCnt < colTemp.length; iImgCnt++) {“);
docImgList.writeln(” if (colTemp(iImgCnt).OLDWIDTH != null) colTemp(iImgCnt).width = colTemp(iImgCnt).OLDWIDTH;”);
docImgList.writeln(” if (colTemp(iImgCnt).OLDHEIGHT != null) colTemp(iImgCnt).height = colTemp(iImgCnt).OLDHEIGHT;”);
docImgList.writeln(” } // for (iImgCnt = 0 … “);
docImgList.writeln(” } // else”);
docImgList.writeln(“}”);

docImgList.writeln(“<\/SCRIPT>”);

docImgList.writeln(“<BODY onload=’pageLoaded()’ topmargin=2 leftmargin=2 rightmargin=2 bottommargin=2>”);

// Write introductory text; if it’s a FRAMESET, include title of frameset; otherwise do title of document
docImgList.write(“&nbsp;” + szListOfAllImagesIn + “<B>”); // SZFIX
if (external.menuArguments.parent.frames.length == 0)
docImgList.write(external.menuArguments.document.title);
else
docImgList.write(external.menuArguments.parent.document.title);
docImgList.writeln(“</B>:<BR><BR>”);

docImgList.writeln(“<TABLE cols=5 border=1 bordercolor=cadetblue cellspacing=0 cellpadding=5 frame=void rules=rows>”);
docImgList.writeln(“<TR><FORM><TD valign=bottom><B>” + szImageURL + “</B></TD>”); // SZFIX
docImgList.writeln(“<TD align=center valign=bottom><B>” + szCountOnPage + “</B></TD>”); // SZFIX
docImgList.writeln(“<TD valign=bottom><B>” + szSize + “</B></TD>”); // SZFIX
docImgList.writeln(“<TD valign=bottom><B>” + szWxH + “</B></TD>”); // SZFIX
docImgList.writeln(“<TD valign=bottom><B>” + szImage + “&nbsp;&nbsp;<INPUT onClick=’scaleImages()’>” + szScaleLargeImages + “</B></TD></FORM></TR>”);

// If the document being processed is one of several frames, process the root frameset (all the documents
// contained in the various FRAMEs in the FRAMESET, including the one the user clicked on. Otherwise, just
// process the single page.
var docMasterDocument = external.menuArguments.document;
if (external.menuArguments.parent.frames.length != 0) {
var fcTemp = external.menuArguments.parent.frames;
WriteImageRows(docMasterDocument, false);
for (iFC = 0; iFC < fcTemp.length; iFC++) {
WriteImageRows(fcTemp(iFC).document, true)
}
}
else
WriteImageRows(docMasterDocument, false);

docImgList.writeln(“<TR><TD><B>” + szUniqueImages + iUniqueImgCnt + “</B></TD><TD align=center><B>” + szTotal + iImgCnt + “</B></TD><TD><B>” + szBytes + “<DIV id=divImgTotal>-</DIV></B></TD><TD></TD><TD></TD></TR>”); // SZFIX

docImgList.writeln(“</TABLE><P>”);

// add a table with approx. download times in seconds RW 2/5/98
docImgList.writeln(“<TABLE><TR><TD VALIGN=TOP>” + szImageLoadingEst + “<BR></TD>”); // SZFIX
docImgList.writeln(“<TD ALIGN=RIGHT><B><DIV id=divImgSpeed14>-</DIV></B></TD><TD ALIGN=LEFT>” + sz14Est + “</TD></TR>”); // SZFIX
docImgList.writeln(“<TR><TD></TD><TD ALIGN=RIGHT><B><DIV id=divImgSpeed28>-</DIV></B></TD><TD ALIGN=LEFT>” + sz28Est + “<BR></TD></TR>”); // SZFIX
docImgList.writeln(“<TR><TD></TD><TD ALIGN=RIGHT><B><DIV id=divImgSpeed56>-</DIV></B></TD><TD ALIGN=LEFT>” + sz56Est + “<BR></TD></TR></TABLE>”); // SZFIX

docImgList.writeln (“<CENTER><P><FORM><INPUT VALUE=\”” + szCloseButtonLabel + “\” onClick=’javascript:window.close()’></FORM></CENTER><BR>”); // SZFIX

// Version and credit information
docImgList.writeln (szAppTitle + “<BR>” + szVersion + szVer); // SZFIX

docImgList.writeln (“</BODY></HTML>”);
docImgList.close();

// Now go back to image count cells and update the values. Only cells (TD elements) with IMAGECOUNT expando properties are updated.
var colTD = docImgList.all.tags(“TD”);
for (iTDCnt = 0; iTDCnt < colTD.length; iTDCnt++) {
if (colTD(iTDCnt).IMAGECOUNT != null)
colTD(iTDCnt).innerText = colTD(iTDCnt).IMAGECOUNT;
}

// If we don’t want a potentialy bogus “subtotal” comment out the next line
docImgList.all(“divImgTotal”).innerText = iImgSizeSubtotal;

// If we don’t want a potentialy bogus “speed” comment out the next 3 lines.
// These times are on file size plus a 250 byte per image “overhead” factor
// RW 2/5/98
var iByteCount = (250 * iUniqueImgCnt) + iImgSizeSubtotal;
docImgList.all(“divImgSpeed14”).innerText = ( (parseInt(iByteCount / 16.5)) / 100 );
docImgList.all(“divImgSpeed28”).innerText = ( (parseInt(iByteCount / 33)) / 100 );
docImgList.all(“divImgSpeed56”).innerText = ( (parseInt(iByteCount / 64.1)) / 100 );

docImgList.my_parent = external.menuArguments;
// *********************************************************************************************
function WriteImageRows(docSrc, fFrame) {

// Process IMG tag list

// The line below is actually what you’d think you should use instead of all.tags(“IMG”) but
// IE4 reproduces a bug present in Navigator that mis-reports the images() collection in certain
// situations.
// var images = docSrc.images;

var images = docSrc.all.tags(“IMG”);

for (iImgCounter = 0; iImgCounter < images.length; iImgCounter++) {
iURLOffset = szImgUrls.indexOf(images(iImgCounter).href);
if (iURLOffset == -1) { // i.e. the URL has not already been encountered
// Add fully-qualified URL to szTemp, which keeps track of all GIF’s already encountered
szImgUrls += images(iImgCounter).href;
iURLOffset = szImgUrls.indexOf(images(iImgCounter).href);

// Write table row. Leave markers in TD elements so we can get back to them later; ID is created dynamically based on
// string index

docImgList.writeln (“<TR><TD>”);

if ((iImgCounter == 0) && fFrame)
docImgList.writeln (“<B>” + szFrame + docSrc.location + “</B><BR><BR>”); // SZFIX

WriteImgUrlCell(images(iImgCounter));
WriteImgCountCell(iURLOffset);
WriteImgFileSizeCell(iURLOffset, images(iImgCounter));
WriteImgDimensionsCell(iURLOffset, images(iImgCounter));
WriteImgCell(iURLOffset, images(iImgCounter));

docImgList.writeln (“</TR>”);

iUniqueImgCnt++;
}
else {
// Duplicate image; increment “image count” property
docImgList.all(“imgCnt_” + iURLOffset).IMAGECOUNT++;
}
}

var szBGUrl = docSrc.body.background;
var szSrcDocURL = docSrc.location.href;
if (szBGUrl != “”) {
// Fix up szBGUrl if it has a leading slash (otherwise the string being created below has an embedded “//”)
if (szBGUrl.charAt(0) == “/”)
szBGUrl = szBGUrl.substr(1);
// Fix up szBGUrl if it has a leading “../” (relative path) because we are constructing an absolute path
if (szBGUrl.substring(0,3) == “../”)
szBGUrl = szBGUrl.substr(3);
// Generate fully qualified URL of background image.
if (docSrc.location.pathname.length > 1)
// If the source document with the background image isn’t at the root of the domain (the most common case)
szBGUrl = szSrcDocURL.substring(0,szSrcDocURL.indexOf(docSrc.location.pathname)+1) + szBGUrl;
else
// If the source document is at the root, then the image path isn’t relative to the source document, so append
szBGUrl = szSrcDocURL + szBGUrl;
iURLOffset = szImgUrls.indexOf(szBGUrl);

if (iURLOffset == -1) {
szImgUrls += szBGUrl;
iURLOffset = szImgUrls.indexOf(szBGUrl);
iUniqueImgCnt++;
}
else {
// Duplicate image; increment “image count” property
docImgList.all(“imgCnt_” + iURLOffset).IMAGECOUNT++;
}

var imgBG = new Image();
imgBG.onerror = null;
imgBG.src = szBGUrl;

docImgList.writeln (“<TR><TD>” + szBackground + “<A HREF=” + szBGUrl + ” target=_blank >” + szBGUrl + “</A></TD>”); // SZFIX
WriteImgCountCell(iURLOffset);
WriteImgFileSizeCell(iURLOffset, imgBG);
WriteImgDimensionsCell(iURLOffset, imgBG);
WriteImgCell(iURLOffset, imgBG);
docImgList.writeln(“</TR>”);

iImgCnt = iImgCnt + images.length + 1;
}
else
iImgCnt = iImgCnt + images.length;
}

function WriteImgUrlCell(imgTemp) {
var szTemp = imgTemp.src;
// Check for pluggable protocol URL (e.g. MHTML) and take all the stuff after ! if there is one
if (szTemp.indexOf(“!”) != 0)
szTemp = szTemp.substr(szTemp.indexOf(“!”) + 1);
docImgList.writeln (“<A HREF=” + szTemp + ” target=_blank >” + szTemp + “</A></TD>”);
}

function WriteImgCountCell(iNum) {
docImgList.writeln (“<TD” + iNum + ” align=center>1</TD>”);
docImgList.all(“imgCnt_” + iURLOffset).IMAGECOUNT = 1;
}

function WriteImgFileSizeCell(iNum, imgTemp) {
if (imgTemp.complete) {
if (imgTemp.fileSize == -1)
docImgList.writeln (“<TD>” + szNotAvailable + “</TD>”);
else {
docImgList.writeln (“<TD” + iNum + “>” + imgTemp.fileSize + “</TD>”);
iImgSizeSubtotal += +(imgTemp.fileSize);
}
}
else
docImgList.writeln (“<TD” + iNum + “>” + szLoading + “</TD>”); // SZFIX
}

function WriteImgDimensionsCell(iNum, imgTemp) {
if (imgTemp.complete)
docImgList.writeln (“<TD” + iNum + “>” + imgTemp.width + “x” + imgTemp.height + “</TD>”);
else
docImgList.writeln (“<TD” + iNum + “>” + szLoading + “</TD>”); // SZFIX
}

function WriteImgCell(iNum, imgTemp) {
var szTemp = imgTemp.href;
// Check for pluggable protocol URL (e.g. MHTML) and take all the stuff after ! if there is one
if (szTemp.indexOf(“!”) != 0)
szTemp = szTemp.substr(szTemp.indexOf(“!”) + 1);
docImgList.writeln (“<TD><IMG src=” + szTemp + “” + iNum + ” onLoad=’imageLoaded()’></TD>”);
}

</SCRIPT>

แล้วเซฟไว้ที่ C:\WINDOWS\WEB  โดยเลือกในช่อง Type เป็น All Files  ตั้งชื่อเป็น imglist.html  จากนั้นดับเบิลคลิกไฟล์ ImageList.reg ที่สร้างขึ้น  ตอบ Yes

ตัวอย่างการเลือก Link List จากเวบ http://softoroom.com/

เปิด Notepad พิมพ์

REGEDIT4

[HKEY_CURRENT_USER\Software\Microsoft\Internet Explorer\MenuExt\&Links List]
@=”C:\\WINDOWS\\WEB\\urllist.htm”
“contexts”=hex:01

แล้วเซฟโดยเลือกในช่อง Type เป็น All Files ตั้งชื่ออะไรก็ได้ *.reg เช่น LinkList.reg

เปิด Notepad พิมพ์

<script defer>
var str = new String (“toolbar=no,location=no,directories=no,status=no,menubar=no,scrollbars=yes, resizable=yes, top=0, left=0, width=400, height=”);

str = str + (screen.height – 100);

//alert (screen.height);

var dlProgress = window.open (“”, “linkdownloader”, str);

dlProgress.document.open();
dlProgress.document.writeln (“<html>”);
dlProgress.document.writeln (“<head>”);
dlProgress.document.writeln (“<title>Links list</title>”);
dlProgress.document.writeln (“</head>”);
dlProgress.document.writeln (“<body topmargin=0 leftmargin=0 rightmargin=0 bottommargin=0>”);
dlProgress.document.writeln (“<font style=\”font: 8pt Verdana, Arial, Helvetica, Sans-serif; line-height:18pt;\”>”);
dlProgress.document.writeln (“<script language=javascript>function navigateClose(str){if (document.my_parent != null){document.my_parent.location.href=str;window.close();}else{alert(\”Please wait until the list has populated.\”);}}<\/script>”);

dlProgress.document.writeln (“&nbsp;List of all links in <b>” + external.menuArguments.document.title + “</b>:<ol>”);
var links = external.menuArguments.document.links;
for (i = 0; i < links.length; i++)
{
if ( links(i).innerText != “” && links(i).innerText != ” “)
{
dlProgress.document.writeln (“<li><A HREF=’javascript:navigateClose(\”” + links(i).href + “\”)’ TITLE=” + links(i).href + “>” + links(i).innerText + “</a><BR>”);
}
else
{
dlProgress.document.writeln (“<li><A HREF=’javascript:navigateClose(\”” + links(i).href + “\”)’>” + links(i).href + “</a><BR>”);
}
}
dlProgress.document.writeln (“</ol><center><a href=’javascript:window.close()’ style=\”color:#FF0000;text-decoration:none\”>close</a></center><BR></body>”);
dlProgress.document.writeln (“</font></html>”);
dlProgress.document.close();

dlProgress.document.my_parent = external.menuArguments;
</script>

แล้วเซฟไว้ที่ C:\WINDOWS\WEB  โดยเลือกในช่อง Type เป็น All Files ตั้งชื่อเป็น urllist.html  จากนั้นดับเบิลคลิกไฟล์ LinkList.reg ที่สร้างขึ้น  ตอบ Yes

– ขอบคุณความรู้ดีจาก : คุณ Amaging

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: